UDDTODAY - ชุมชนคนเสื้อแดงรักประชาธิปไตย

นายธนาคูล  ทวีวัฒน์

รู้ทันกลโกงรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ “ประกันรายได้เกษตรกร”

รัฐบาลอภิสิทธิ์ ออกโครงการประกันรายได้ของเกษตรกร มาแทนที่โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลไทยรักไทย โดยมติคณะรัฐมนตรี วันพุธที่ 23 กันยายน 2552 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการประกันรายได้ (ประกันราคาข้าวเปลือก) เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2552/53 เพิ่มเติม และการจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐบาล โดยอิงกลไกตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า ตามมติคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2552 ในส่วนของราคาและปริมาณประกันรายได้เกษตรกร กำหนดปริมาณและราคาประกันรายได้เกษตรกรต่อครัวเรือน ณ ความชื้นไม่เกิน 15% ดังนี้
ชนิดข้าว ราคาประกันรายได้ (บาท/ตัน) ครัวเรือนละไม่เกิน (ตัน)
ข้าวเปลือกหอมมะลิ 15,300 14
(รวม กข.15)
ข้าวเปลือกหอมจังหวัด 14,300 16
ข้าวเปลือกเจ้า 10,000 25
ข้าวเปลือกปทุมธานี 10,000 25
ข้าวเปลือกเหนียว 9,500 16
ทั้งนี้ ในพื้นที่ที่สามารถปลูกข้าวได้มากกว่าปีละ 1 ครั้ง ให้เกษตรกรได้รับการประกันรายได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง เท่านั้น


ดูผิวเผินแล้วดูเหมือนว่า รัฐบาลได้ให้การช่วยเหลือแก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำให้แก่เกษตรกร แต่ถ้าวิเคราะห์ให้ดีดี จะพบเห็นช่องว่างการทุจริตโกงกินเงินของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ กับพ่อค้าคนกลาง ,โรงสี และผู้ประกอบการส่งออกข้าว อย่างชัดเจน หลักฐานยืนยันชัดเจนข้อนึงก็คือ “การที่ราคาข้าวสารในท้องตลาดมีราคาสูงจนผิดปกติ แต่ราคาข้าวเปลือกที่พ่อค้าคนกลางรับซื้อจากเกษตรกรชาวนานั้นกลับมีราคาต่ำจนผิดปกติ” ซึ่งนี่เป็นการฮั้วราคาข้าวระหว่างรัฐบาลกับพ่อค้าคนกลาง เพื่อที่ว่าจะได้มีการตักตวงผลประโยชน์เข้ากระเป๋าใครบางคนในรัฐบาล ยกตัวอย่างเช่น

ราคาข้าวเปลือกเจ้า ราคาประกันอยู่ที่ตันละ 10,000 บาท รัฐบาลต้องการผลประโยชน์จากราคาประกัน 1,500 บาทต่อตัน ก็ให้พ่อค้าคนกลางรับซื้อในราคา 8,500 บาท ในเมื่อมีเงื่อนไขที่พ่อค้าคนกลางต้องจ่ายให้รัฐบาล พ่อค้าก็ขอผลประโยชน์ในส่วนของตนบ้าง 1,500 บาท ที่ต้องหาทางทุจริตเงินให้รัฐ ดังนั้นราคารับซื้อข้าวเปลือกจึงออกมาในราคา 7,000 บาท เกษตรกรชาวนาที่ลงทะเบียนกับรัฐ ก็ต้องไปขอเพิ่มเงินส่วนต่างจากรัฐผ่าน ธ.ก.ส.อีก 3,000 บาท และเงินจำนวนนี้ก็คือเงินภาษีของประชาชน และนี่คือ “สูตรสำเร็จที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ทำอยู่ เป็นการทุจริตโกงกิน แต่เอาเรื่องความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวนามาบังปกปิดไว้ แต่สร้างภาพให้ผู้คนเห็นว่า เป็นรัฐบาลที่ใสซื่อบริสุทธิ์ แต่เนื้อในแล้วนโยบายแต่ละอย่างล้วนคัดกรองกันมาอย่างดี ซ่อนเร้นวิธีการทุจริตโกงกินกันอย่างแนบเนียน” นี่หรือที่เรียกว่า “รัฐบาลใจซื่อมือสะอาด”

และอีกหนึ่งเหตุผลที่ชัดเจน ก็คือ “โครงการรับจำนำข้าว ของรัฐบาลไทยรักไทยนั้น เกษตรกรชาวนาต้องนำข้าวมาจำนำจริง มีการตรวจรับ ตรวจสอบชัดเจน" ส่วนการขายขาดทุนในปี 2552 นี้ มาจากตัวผู้บริหารรัฐบาลอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเองที่คอยขัดแข้งขัดขา การนำข้าวออกประมูลของกระทรวงพาณิชย์ ทำให้รัฐบาลเสียหายขาดทุนมากมาย ซึ่งถ้ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ทำงานเป็น ทำมาค้าขายเป็น บริหารงานเป็น ไม่มัวแต่ขัดแข้งขัดขากันเอง นำข้าวออกประมูลถูกจังหวะ ถูกเวลาไม่แน่อาจได้กำไรเหมือนรัฐบาลก่อนที่เขาทำกันมาแล้วก็ได้ แต่โครงการประกันรายได้เกษตรกรนี้ ดูเหมือนจะดี แต่เราจะเห็นว่า รัฐบาลอ้างแต่ว่าไม่ได้มีหน้าที่ซื้อขายข้าวบ้าง,การซื้อขายข้าวทำให้กลไกราคาของตลาดเสียหายบ้าง รัฐบาลเลยปล่อยให้เอกชนพ่อค้าคนกลางเข้าไปดำเนินการเอง ดังนั้นรัฐบาลก็เลยเอาเงินไปใส่ไว้ให้เสียเลย เพื่อที่ว่าจะได้ให้พ่อค้าคนกลางกดราคาเสียเลย พ่อค้าคนกลางจะได้ซื้อข้าวในราคาถูก แล้วนำไปขายในราคาแพงๆ แล้วรัฐบาลก็เข้ามาแบ่งปันผลประโยชน์จากพ่อค้าคนกลาง โดยเอาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวนามาบังหน้า

ส่งให้คนอื่น

Reply to This ตอบข้อความนี้

ตอบกระทู้นี้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โฆษณาผ่านสื่อทุกวัน ประกันรายได้เกษตรกร เกษตรกรได้กำไรแน่นอน
เมื่อเดือนสองเดือนที่ผ่านมา ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ถูกพ่อค้าคนกลาง โรงสี ร่วมมือกับนักการเมืองกดราคารับซื้อข้าวจาก,ชาวนาเหลือเกวียนไม่ถึง 7,000 บาท เงินส่วนต่างที่เกษตรกรชาวนาไปรับจาก ธ.ก.ส.ก็ล่าช้า จนถึงวัึนนี้ยังมีเกษตรกรชาวนาบางรายยังไม่ได้รับเงินประกันรายได้ที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของประเทศไทยที่ได้ให้สัญญาไว้ แล้วเมื่ออาทิทย์ที่แล้วก็หลอกเกษตรกรชาวนาใ้ห้มาร่วมต้อนรับ ในการลงพื้นที่ทำสปอร์ตโฆษณาที่จังหวัด สุโขทัย,พิษณุโลก,พิจิตร ไม่รู้ว่าชาวนาที่ได้รับเงินประกันรายได้ ได้ครบทุกคนหรือเปล่า หรือได้แค่ไม่กี่คนเพื่อโฆษณาให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกฯลวงโลก

ที่น่าสงสารก็คงไม่แคล้วชาวนาที่เก็บเกี่ยวข้าวก่อนหน้านี้ ที่จำใจต้องขายข้าวเพราะไม่มียุ้งฉางไว้เก็บข้าวที่เกี่ยวแล้ว จำใจต้องขายข้าวไปก่อนหน้านี้ ทั้งๆ ที่รู้ทั้งรู้ว่าถูกกดราคารับซื้อจนขาดทุนย่อยยับ มาถึงวันนี้ราคาข้าวเปลือกขึ้นเอาขึ้นเอาจนสูงกว่าราคาที่รัฐประกันไว้ แล้วเงินส่วนต่างของข้าวที่ชาวนาขายไปก่อนหน้านี้หายไปไหน นี่้ถ้าเป็นโครงการจำนำข้าของท่านนายกฯทักษิณ ชินวัตร ละก้อ ชาวนาที่ขายข้าวไปก่อนหน้านี้ จะต้องได้รับเงินเพิ่มจากการที่ราคาขายข้าวที่ปรับสูงขึ้นอีกคนละไม่น้อยที่เดียว

Reply to This ตอบข้อความนี้

รัฐบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรฯ และพลเอกเปรมว่าดี ประเทศไทยโชคดี จะมีลักษณะเหมือนกัน เพราะยุคพลเอกสุรยุทธ จุลานนท์ ก็ขายข้าวที่รัฐบาลก่อนรับจำนำไว้ได้ราคาสูงกว่าที่รับจำนำมาก ได้กำไรโขแต่ก็ไม่คืนเงินส่วนเกินให้ชาวนา อ้างว่าจะเอาไว้ตั้งกองทุนแล้วเงินก้อนนั้นไปไหน ชาวนาก็ไม่ได้รับ รัฐบาลก็ไม่ได้ไปใช้ประโยชน์แก่ประชาชน เงินหายไปไหน ไปเป็นประโยชน์แก่ใคร?

พอมาถึงประชาธิปัตย์ รับประกันราคาจากชาวนา แค่ 30% เงินประกันราคาก็ยังไม่ได้ ส่วนอีก 70% ก็ต้องขายในราคาต่ำตามที่พ่อค้าคนกลางและโรงสีรับซื้อเพราะเขาอ้างว่าเขาซื้อชาวนาคนอื่นเท่านี้ แล้วน้ำตาคนอีก 70 % ใครจะเช็ดให้ แต่ที่แน่ ๆ ฝรั่งได้ซื้อข้าวไทยราคาถูกแน่นอน เพราะพ่อค้าคนกลาง (และรัฐบาล) ได้เงินเต็มพุงแล้ว จะได้ขายให้พ่อในราคาถูก กดทาสชาวนาไปขายให้พ่อราคาถูก ๆ ไม่งั้นพ่อไม่สนับสนุนในเวทีโลก

อภิสิทธิ์คิดผิด หากชาวนาไม่มีเงิน เศรษฐกิจไม่มีวันฟื้น

Reply to This ตอบข้อความนี้

Reply to This ตอบข้อความนี้

Administrator Administrator created this Ning Network.

INTERNATIONAL UDD VISITORS

© 2009   Created by Administrator on Ning.   Create a Ning Network!

 |   |   |  Terms of Service

Sign in to red chat เข้าสู่ระบบเพื่อสนทนา
เปิดใช้งานตั้งแต่29/ต.ค./51 คนเสื้อแดง ท่านออนไลน์ขณะนี้





























Get your own Chat Box! ห้องแชทเต็มรูปแบบคลิก!
ห้องสนทนาคนเสื้อแดง UDDTODAY